วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

2 เพศในร่างเดียว แปลกแต่จริง



ธรรมชาติเล่นตลก หนุ่มลำปาง 2 เพศในร่างเดียว เจ้าตัวขอแพทย์รับรองเพศหวังบวชพระทดแทนคุณ ผลตรวจระบุ "เพศกำกวม" แต่ค่อนมาทางชาย ท้ายสุดอำเภอออกบัตรประชาชนให้ใหม่ ได้เป็น "นาย" สมใจ...



เมื่อวันที่ 11 ต.ค. เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานอัยการประจำจังหวัดลำปาง แจ้งว่ามีหนุ่มวัย 30 ปี ทราบชื่อ นายกฤตภัค ดวงไชย หรือวิว อยู่บ้านเลขที่ 306 บ้านทราย หมู่ 4 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เข้ามาขอความช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมาตลอด 30 ปี ต้องทนอยู่กับร่างกายที่มีอวัยวะเพศทั้งอวัยวะเพศชายและหญิงในร่างกาย ซึ่งหลังคลอดมา มารดาแจ้งการเกิดโดยใช้คำนำหน้าเป็น ด.ญ.จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นนางสาว แต่ปัจจุบันอายุ 30 ปี ตนเองก็เป็นชายเต็มตัว และมีแฟนสาว และที่สำคัญในชีวิตนี้ตั้งใจบวชเป็นพระ แต่ก็ติดที่ร่างกายตนเองมีทั้งเพศหญิงและเพศชาย

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับสรีระร่างกายนายกฤตภัคนั้น พบว่าอวัยวะเพศหญิงจะอยู่ด้านล่าง และเหนือขึ้นมาเป็นอวัยวะเพศชาย ซึ่งนายกฤตภัคก็ได้ไปที่ รพ.ลำปางเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายแล้ว โดยทางแพทย์ รพ.ลำปาง ระบุตามใบรับรองแพทย์ออกมาว่า มีลักษณะอวัยวะเพศกำกวม และจากการตรวจร่างกายและตรวจเลือด โครโมโซมมีเพศค่อนข้างไปทางเพศชาย  มีหนวด และมีขนหน้าแข้ง 

จากนั้นหลังการตรวจจากแพทย์แล้ว นายกฤตภัค ดวงไชย จึงนำใบรับรองแพทย์ไปที่ว่าการอำเภอเมืองลำปางเพื่อขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ โดยที่ว่าการอำเภอได้ออกบัตรประชาชนให้ใหม่ และได้ใช้คำนำหน้าเป็น "นาย" อย่างเต็มตัวแล้ว.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ผัวตะลึง! ศพเมียฟื้นขึ้นมาขอน้ำดื่ม อยู่ได้อีก 2 ชม.ก่อนสิ้นใจ


ภาพไม่เกี่ยวกับข่าว

 สามีเดินทางไปรับศพภรรยาที่เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานและไตที่โรงพยาบาลลพบุรี เพื่อจะนำขึ้นรถไปฝังที่กุโบร์ แต่ภรรยากลับฟื้นขึ้นมาขอน้ำดื่ม พอได้ดื่มน้ำหวานกลับมีชีวิตอยู่ต่ออีก 2 ชม. ก่อนสิ้นลมอีกครั้ง สร้างความตะลึงให้กับญาติเป็นอย่างมาก คาดฤทธิ์ยากระตุ้นหัวใจ...

เมื่อ เวลา 14.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีคนตายแล้วฟื้นที่มัสยิดอัลยุสรอสามัคคี หมู่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบ พบว่ามีชาวบ้านในชุมชนบ้านชะไว ซึ่งเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามกำลังช่วยกันทำความสะอาดศพนางฟาติมา เดชพงษ์ อายุ 43 ปี ที่เพิ่งเสียชีวิตลงเตรียมนำไปฝัง จากการสอบถามนายประยูร เดชพงษ์ อายุ 53 ปี สามีผู้ตายเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปประกอบอาชีพที่ จ.สิงห์บุรี ต่อมาภรรยาป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคไต จึงพาเข้ารับการรักษาที่ รพ.ลพบุรี แต่อาการทรุดหนัก

จนเมื่อช่วงเวลา 11.00 น. ภรรยาได้เสียชีวิต ตนจึงขอรับศพออกจาก รพ. เพื่อนำกลับมาฝังที่กุโบร์บ้านชะไวตามประเพณีของชาวอิสลาม แต่ปรากฏว่า ระหว่างที่ขับรถบรรทุกศพกลับมา นางฟาติมา เกิดหายใจขึ้นมาได้อีกครั้ง หลังมาถึงที่มัสยิดยังขอน้ำดื่ม ซึ่งตนได้รีบชงน้ำหวานให้ดื่มไป 1 แก้ว แต่อยู่มาได้อีก 2 ชม. ภรรยาของตนก็หยุดหายใจเสียชีวิตลงอีกครั้ง สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับญาติไปตามๆ กัน คาดว่าคงเป็นเพราะฤทธิ์ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจที่แพทย์ให้ยังไม่หมดฤทธิ์ จึงหายใจขึ้นมาได้ชั่วขณะ พอยาหมดฤทธิ์จึงเสียชีวิตลงอย่างสงบ.

ที่มาไทยรัฐออนไลน์ 

4 วิธีเซ็กซ์สุขสันต์ หากเจอ'อนาคอนด้า'รอขย้ำ!!!



 คุณผู้ชายที่มั่นใจกับขนาดมังกรผงาดส่วนล่างของตัวเอง ไทยรัฐออนไลน์ได้นำความในใจของสาวๆ มาบอกกล่าว...ว่า แท้จริงแล้ว ขนาดที่ใหญ่เกินไป มันไม่ได้สร้างความเสียวอย่างที่คาด แต่มันเจ็บน้องหนูซะมากกว่า ดังนั้น หากต้องการสร้างเกมส์รักที่หวาบหวามเร้าใจคนทั้งคู่โดยไม่สร้างความเจ็บปวด ให้อีกฝ่าย เคล็ดวิธี 4 ข้อดังต่อไปนี้ จะช่วยให้รอยน้ำตาจากความเจ็บปวด กลายเป็นรอยยิ้มจากความสุขสมอย่างแน่นอน

1. ลื่นไว้ก่อน

น้ำ หล่อลื่นตามธรรมชาติในช่องคลอดของฝ่ายหญิงอาจไม่พอเพียงกับอวัยวะอันมหึมา ของชายหนุ่มตรงหน้า ดังนั้น ขอให้สาวๆเตรียมน้ำหล่อลื่นสังเคราะห์ที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด ซึ่งทากับมังกรยักษ์เจ้าปัญหาให้เยิ้มตามใจชอบ เพื่อลดการเสียดสีขณะสงครามรักเริ่มบรรเลง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรหาซื้อสารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำหรือซิลิโคนจะดีกว่าส่วนผสมของ น้ำมัน เนื่องจากน้ำมันก่อให้เกิดเชื้อราในช่องคลอดได้



 2. ท่าต้องห้าม

ชายหนุ่มที่รู้ตัวว่ามีดีที่ขนาด ควรหลีกเลี่ยงรังแกฝ่ายหญิงด้วยการส่งงูยักษ์เข้าประตูหลัง เนื่องจากช่องทางลำเลียงไม่ขยายตัวยืดหยุ่นเหมือนช่องทางปกติของสาวๆ อีกทั้งไม่มีน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติอย่างที่กล่าวมาข้างต้น แต่หากหนุ่มๆ จะเดินหน้าเต็มกำลังบนเส้นทางปกติด้วยท่า Doggy Style ก็อยากแนะนำไว้อีกเล็กน้อยว่า 'ไม่สมควร' เพราะท่านี้เหมาะสำหรับผู้ชายมีน้อยค่อยบรรจงส่งอาวุธให้สุดด้าม สิ่งที่มันยาวและใหญ่เกินมาตรฐาน อาจทำให้สาวๆ เจ็บโดยไม่รู้ตัว




 3. ท่าเด็ดเสร็จทุกราย

แม้จะมีท่าต้องห้ามสำหรับ อนาคอนด้าใหญ่เสียหลายท่วงท่า แต่ใช่ว่าท่าเด็ดที่หญิงข้างกายอาจร้อง 'ขออีกรอบ' ก็มีให้เลือกเยอะพอตัว เริ่มต้นที่ท่าพื้นฐาน Missionnary และท่า นอนตะแคงข้าง ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายลักษณะท่าทางให้มาก นอกจากนี้ ท่าสุดท้ายน่าจะถูกใจฝ่ายหญิงให้มีโอกาสได้คุมเกมส์กันบ้าง กับท่า Woman on top ซึ่งขอบอกให้หนุ่มๆ นอนร้องคราญให้สบายอารมณ์ ปล่อยให้สาวๆ ได้ควบคุมจังหวะเพื่อป้องกันไม่ให้น้องสาวเจ็บตัว แต่ให้ความรู้สึกเสียวแทน



 


4. ช้าแต่ชัวร์

ข้อสุดท้ายสำหรับศึกรักขนาดจัมโบ้ คือ จังหวะ อยากแนะนำว่า ห้ามเร่งจังหวะให้เร็วเกินไปนัก อย่างที่รู้ว่าพอขนาดมันใหญ่ การเสียดสีจะรุนแรงมากขึ้นเป็นเท่าทวี ดังนั้น หากทำอย่างนุ่มนวล ไม่เร่งรีบร้อน แม้จะช้าไม่เร้าใจ แต่เชื่อได้เลยว่า ทั้งสองฝ่ายจะสุขสันต์ไม่มีวันลืม.







 ที่มา ไทยรัฐออนไลน์














รถยนต์ขึ้นไปจอดบนระเบียงตึกได้ไง?




     การหาที่จอดรถในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีรถราเยอะแยะมากมาย นับว่าเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้ขับขี่ทั้งหลาย เพราะแน่นอนว่า มันหาที่จอดกันได้ยากมาก ๆ จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นการจอดรถแบบแปลก ๆ กันอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ว่าจะแปลกอย่างไร เชื่อว่าคงไม่มีอะไรที่พิสดารได้มากเท่ากับการจอดรถในยูเครนที่เรานำภาพมาฝากกันวันนี้แน่ ๆ เพราะมันเหนือความคาดหมาย และเชื่อได้ว่าไม่มีใครกล้าลอกเลียนแบบแน่นอน

          ก็จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร เมื่อรถยนต์คันที่ว่านี้ ดันขึ้นไปจอดโชว์หราอยู่บนระเบียงอพาร์ทเม้นท์ชั้น 3 ซะอย่างนั้น แถมระเบียงอพาร์ทเม้นท์นั้นก็มีพื้นที่พอ ๆ กับตัวรถชนิดที่ว่าลงล็อคกันพอดีด้วยสิ งานนี้ ชาวยูเครนที่ขับรถผ่านไปผ่านมา รวมทั้งคนเดินถนนก็เลยอึ้ง ทึ่ง กันแบบต้องอ้าปากค้าง ใครนะใครช่างกล้า เอารถขึ้นไปจอดโชว์หราอยู่ตรงนั้นได้ และที่ฉงนกันสุด ๆ ก็คือ เจ้าของรถเอารถขึ้นไปจอดบนนั้นด้วยวิธีใดกันหนอ

          พอคิดไปคิดมา งานนี้หนทางที่เป็นไปได้คงมีแค่อย่างเดียว ก็คือเอารถเครนยกขึ้นไปนั่นแหละ เพราะเห็นกันแน่ชัดว่า ประตูริมระเบียงนั้นไม่ได้กว้างพอให้รถผ่านออกไปได้อยู่แล้ว และถึงกว้างพอ ก็ไม่สามารถจอดรถได้พอดิบพอดีแบบนั้นแน่ ๆ 

           เฮ้อ.. ว่าแต่จะเอารถขึ้นไปวางบนนั้นทำไมกันนะ ขับก็ไม่ได้ เคลื่อนไปไหนก็ยังไม่ได้อีก อ๊ะ!! หรือนี่จะเป็นวิธีการโฆษณารถรูปแบบใหม่กันแน่หว่า แหม่.. ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ ขอคารวะเจ้าของความคิดสักจอกสองจอก ฉลาดจริง ๆ

ที่มา กระปุกดอทคอม 

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร


 เมื่อ 11 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2544) คดีฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการแพทย์อีกครั้ง จนกลายเป็นอีกหนึ่งคดีอาชญากรรมในตำนานที่ผู้คนจดจำได้ เมื่อผู้ที่ลงมือสังหาร พญ.ผัสพร คือ คู่ชีวิตของเธอที่ถูกยกให้เป็นสูตินรีแพทย์ฝีมือดีระดับเอเชีย...ผศ.นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
          คดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามลำดับชั้นมาเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนถึงศาลฎีกา ซึ่งทุกศาลก็เห็นพ้องพิพากษาให้ประหารชีวิต นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ฐานกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากคดีฆ่าชำแหละศพ และอำพรางศพภรรยาของตัวเอง

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร

 ระหว่างที่กระบวนการต่าง ๆ ดำเนินไป นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ แทบไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลย กระทั่งถึงวันนี้ นพ.วิสุทธิ์ ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำบางขวางเป็นเวลา 9 ปีแล้ว และพร้อมที่จะเปิดใจถึงชีวิตภายใต้กำแพงสูงแห่งนี้ ในฐานะ "นักโทษชาย" ผ่านรายการตีสิบ เมื่อคืนวันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555
          หลังจากถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำบางขวางมา 9 ปี วันนี้ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ในวัย 60 ปี ได้รับพระราชทานอภัยโทษจนเหลือเพียงจำคุก ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเวลาต้องรับโทษอีก 17 ปี โดย นพ.วิสุทธิ์ เข้ามาในเรือนจำบางขวางเมื่อปี พ.ศ. 2546 ก่อนจะได้รับพระราชอภัยโทษครั้งแรกจากประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิตในปี พ.ศ. 2550 และในปีต่อ ๆ มา ก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษในอีกหลายครั้ง

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร

 เป็นเวลา 4 ปีเต็ม ๆ กว่าที่ นพ.วิสุทธิ์ จะปลดคำว่า "นักโทษประหารชีวิต" ออกจากตัวเองได้ ซึ่ง นพ.วิสุทธิ์ บอกว่า การเข้ามาอยู่ในคุกช่วงแรก ๆ เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะเหมือนสูญเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะอิสรภาพที่ต้องถูกล่ามโซ่ตรวน และเข้ามาอยู่ในแดนประหาร ซึ่งมีกฎเกณฑ์เข้มงวดที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นต้องคอยลุ้นทุกวันว่าจะถึงตาเราหรือยังที่จะได้รับโทษ ทำให้ชีวิตในคุกปีแรกได้รับความทรมานที่สุด
          อดีตแพทย์สูตินรีเวชที่ปัจจุบันเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ยอมรับว่า ตัวเองรู้สึกเครียดมากในช่วงแรก ๆ กระทั่งวันที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต เหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ และทำให้เขาได้ไตร่ตรองว่า ต้องใช้ชีวิตอย่างไรให้ดีที่สุด เพราะชีวิตที่ได้คืนมาคือสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท โดยปล่อยให้ความโลภ ความโกรธ ความหลงมาครอบงำ ทำให้ชีวิตไร้คุณค่า นพ.วิสุทธิ์ บอกว่า ปัจจุบัน เขากลายเป็นคนที่มีความโกรธน้อยลง และให้อภัยง่ายขึ้น

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร

  ชีวิตในเรือนจำของ นพ.วิสุทธิ์ ไม่ต่างจากนักโทษชั้นเยี่ยมคนอื่นทั่วไป ไม่ได้มีสิทธิพิเศษ เว้นแต่การได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลผู้ต้องขังที่ป่วย แม้ว่าเขาจะถูกยึดใบประกอบโรคศิลป์ ไม่สามารถเป็นแพทย์ได้อีก แต่ผู้อำนวยการแพทย์ก็อนุญาตให้เขาทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะมีผู้ต้องขังจำนวนมากที่ป่วยและต้องการการดูแล ซึ่งส่วนหนึ่งก็ป่วยเป็นโรคเอดส์ และวัณโรค ที่แพร่เชื้อได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
          ขณะเดียวกัน นพ.วิสุทธิ์ ก็ได้ใช้ความรู้ทางวิชาชีพที่มีติดตัวมา เป็นคอลัมนิสต์ตอบปัญหาสุขภาพลงในหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ "ข่าวจิตต์เสรี" ซึ่งแจกภายในเรือนจำทั่วประเทศ ในนามปากกาว่า "หมอธรรมดา" พร้อมกับเขียนหนังสือ "กว่าจะฝ่าข้ามความตาย" เปิดใจหลังกำแพงเรือนจำ ที่ใช้เวลาเขียนถึง 2 ปี โดยมีเจตนาจะบอกให้คนภายนอกรู้ว่า อย่าเข้ามาในเรือนจำเลย ดังนั้น จงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทจะดีที่สุด

เปิดชีวิตหลังลูกกรง ของ นพ.วิสุทธิ์ มือฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร

  เมื่อถามว่าเคยเตรียมใจไว้บ้างไหม หากวันหนึ่งได้เดินออกเรือนจำนี้ไปแล้วต้องไปเผชิญกับสายตาที่คนในสังคมมองมา หรืออาจจะเผชิญกับคำถามจากคดีที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ นพ.วิสุทธิ์ บอกว่า ก็ต้องเตรียมใจไว้ไม่ให้ผูกติดกับรัก โลภ โกรธ หลง มากนัก เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้เราท้อแท้ที่จะทำประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้ ก็มั่นใจในการเตรียมตัวที่จะช่วยให้เรามีจิตใจที่มั่นคง มองโลกในแง่ดี จากโครงการพัฒนาจิตใจภายในเรือนจำที่มีโปรแกรมเข้ามาให้ฝึกเรื่อย ๆ ซึ่งก็ทำให้เขาได้พัฒนาตัวตนด้านในขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
          "หากออกไปคงไม่สามารถกลับไปเป็นหมอได้เหมือนเดิม จะไปขอใบประกอบคงโรคศิลป์ไม่ได้ คงต้องไปทำสาระประโยชน์อีกแบบหนึ่ง แต่ก็ไม่ซีเรียสเรื่องนั้น เพราะก็จะใช้ชีวิตแบบคนเกษียณ ไปช่วยเหลืองานเท่าที่ช่วยเหลือได้" นพ.วิสุทธิ์ กล่าวในที่สุด

ที่มา กระปุกดอทคอม 



“กิตติ สิงหาปัด”รวยห่างชั้น“ไร่ส้ม-สรยุทธ”35 เท่า

“กิตติ สิงหาปัด”รวยห่างชั้น“ไร่ส้ม-สรยุทธ”35 เท่า


สำนักข่าวอิศราเปิดเม็ดเงินรายได้"กิตติ สิงหาปัด"เจ้าของรายการข่าว 3 มิติ เทียบไม่ได้กับ"สรยุทธ สุทัศนะจินดา" บ.ฮอทนิวส์ 4 ปี 75 ล้าน ห่างชั้น บ.ไร่ส้ม 35 เท่า
นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวชื่อดัง เจ้าของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด มีรายได้ในรอบ 8 ปีกว่า 2,600 ล้านบาท กำไรสุทธิ รวมกว่า 1,047 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.บริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด รายได้รวม 413,872538.43 บาท กำไรสุทธิรวม 146,965,938.89 บาท สินทรัพย์ปี 2554 จำนวน 43,562,336 บาท หนี้สิน 17,545,037 บาท
2.บริษัท ไร้ส้ม จำกัด มีรายได้รวม 2,210,697,784.67 บาท กำไรสุทธิ 900,309,814.92 บาท สินทรัพย์ปี 2554 จำนวน 230,276,877 บาท หนี้สิน 68,696,478 บาท
ขณะที่สถานะทางธุรกิจของนายกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการ"ข่าว 3 มิติ"ต่างกันราวฟ้ากับเหว
สำนักข่าวอิศรา www.isranew.org ตรวจสอบพบว่า นายกิตติเป็นเจ้าของ บริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด จดทะเบียนวันที่ 8 สิงหาคม 2551 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตรายการเพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ วิทยุสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด รับจ้างโฆษณา ประชาสัมพันธ์ทุกชนิด ที่ตั้งเลขที่ 31 ซอยยาสูบ 2 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 เมษายน 2555 นายกิตติ สิงหาปัด ถือหุ้น 60,000 หุ้น (60%) นายจาตุรงค์ สุขเอียด 30,000 หุ้น (30%) นางกรกนก แก้วธรรมชัยาย 10,000 หุ้น (10%) นายกิตติ เป็นกรรมการ
จากการตรวจสอบพบว่า ในรอบปี 2554 บริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด แจ้งผลประกอบการรายได้ 28,318,713.05 บาท กำไรสุทธิ 7,136,110.25 บาท สินทรัพย์ 24,947,835.47 บาท หนี้สิน 2,990,048.11 บาท มีรายได้มากกว่าปี 2553 จำนวน 6,263,011.70 บาท กำไรสุทธิสูงกว่าปี 2553 จำนวน 1,022,993.20 บาท
รวมรายได้ตั้งแต่ปี 2551-2554 บริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด มีรายได้รวม 75,073,174.75 บาท กำไรสุทธิรวม 20,957,787.36 บาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายได้ของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัดของนายสรยุทธ รวมกัน บริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด มีรายได้น้อยกว่า 34.96 เท่า กำไรสุทธิน้อยกว่า 49.97 เท่า
ขณะที่บริษัท ไร่สม จำกัดเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ คือ ปตท. ธนาคารออมสิน และ กรมส่งเสริมการส่งออก รวม 23 ครั้งวงเงินรวม 150,641,584 บาท
จากการตรวจสอบไม่พบว่าบริษัท ฮอทนิวส์ จำกัดเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐในการทำประชาสัมพันธ์
ประการสำคัญนายกิตติมิได้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่าพัวพันกับการยักยอกทรัพย์ อสมท. 138 ล้าน เหมือนเพื่อนร่วมช่อง
ที่มาสนุกดอทคอม 

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ตื่น! ชาวจีนฮือฮาพบไข่ประหลาดมีหางโผล่

    ไข่ประหลาดมีหางโผล่   

   เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม สำนักข่าวจีนรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่บ้านของชายแซ่หวู่ ที่เมืองตันโจว มณฑลไห่หนานของจีน หลังจากที่แม่ไก่ที่เลี้ยงไว้ออกลูกเป็นไข่มีหางสุดพิลึก สร้างความตื่นตกใจให้แก่ครอบครัวและชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง

            โดย นายหลิน เจ๋อหมิ่น นักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์วิจัยโรงพยาบาลสัตว์แห่งวิทยาลัยการเกษตรในมณฑลไห่หนาน ชี้แจงว่า เป็นไปได้ว่าสาเหตุที่แม่ไก่ออกไข่มีหางเช่นนี้ อาจเป็นเพราะในตอนที่แม่ไก่กำลังเบ่งไข่ออกมามีสิ่งรบกวนจากภายนอกทำให้แม่ไก่ตกใจ ทั้งนี้ หากแม่ไก่ตัวที่ออกไข่ประหลาดนี้ ไม่มีโรคในตัวก็ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดจริง ๆ

            อย่างไรก็ตาม นายหลิน เจ๋อหมิ่น ยังกล่าวด้วยว่า ไข่ฟองนี้คาดว่าจะมีสารอาหารไม่ต่างจากไข่ทั่วไป และสามารถรับประทานได้โดยไม่ก่ออันตรายต่อสุขภาพร่างกายแต่อย่างใด

            ทั้งนี้ สำหรับการออกไข่มีหางเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีข่าวที่การออกไข่มีหางเมืองหูโข่วเช่นกัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยตั้งข้อสังเกตเพียงว่าอาจเป็นไปได้ที่แม่ไก่เกิดความเครียดเท่านั้น
ที่มา กระปุกดอทคอม